ศรีนวล โอสถเสถียร. (2533). รายงานวิจัยเรื่อง วิเคราะห์การบริการอนามัยแม่และเด็กของผดุงครรภ์โบราณ ปี พ.ศ. 2533 : กรณีศึกษาที่จังหวัดกระบี่.

 ศรีนวล โอสถเสถียร. (2533). รายงานวิจัยเรื่อง วิเคราะห์การบริการอนามัยแม่และเด็กของผดุงครรภ์โบราณ ปี พ.ศ. 2533 : กรณีศึกษาที่จังหวัดกระบี่.
คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.

การวิเคราะห์การบริการอนามัยแม่และเด็กของผดุงครรภ์โบราณปี พ.ศ. 2533: : กรณีศึกษาที่จังหวัดกระบี่ การศึกษาได้ทำโดยการสัมภาษณ์ผดุงครรภ์โบราณจำนวน 108 ราย ระหว่างเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม 2533 ที่จังหวัดกระบี่ ผลการศึกษาสรุปได้ดังนี้
1. การบริการอนามัยแม่และเด็กในระยะตั้งครรภ์ ผดุงครรภ์โบราณทั้งหมดเห็นว่า ถ้ามารดารับรู้สุขภาพของคนแข็งแรงดี ไม่มีความจำเป็นต้องมารับการตรวจครรภ์แต่สำหรับมารดาที่มารับบริการฝากครรภ์ การบริการที่จัดให้ คือ แต่งท้อง และจัดท่าทารกในครรภ์ร้อยละ 97.22 นวดแขนและขาเพื่อขจัดอาการปวดเมื่อยร้อยละ 78.43 และเพื่อการแนะนำเกี่ยวกับโภชนาการเพียงร้อยละ 39.81 และการแนะนำให้ไปรับวัคซีนเพื่อป้องกันบาดทะยักแก่ทารกในครรภ์ร้อยละ 50.9
2. การบริการอนามัยแม่และเด็กระยะหลังคลอด ผดุงครรภ์โบราณร้อยละ 99. ยังขาดการตระหนักต่อการทำคลอดด้วยวิธีการปลอดเชื้อ ยังทำคลอดด้วยวิธีการทางไสยศาสตร์ร่วมกับวิธีทำคลอดแผนปัจจุบัน
3. การบริการอนามัยแม่และเด็กในระยะหลังตลอด ผดุงครรภ์โบราณร้อยละ 90.69 เยี่ยมมารดาและทารกหลังคลอดปกติ 3-7 วัน ส่วนในรายที่มีภาวะแทรกซ้อนจำนวนวันของการเยี่ยมจะเพิ่มขึ้น สำหรับกิจกรรมในการให้บริการหลังคลอด ได้แก่ การเหยียบแขน-ขา และหน้าท้องร้อยละ 48.15 อาบน้ำให้ทารกแรกเกิดร้อยละ 50 อาบน้ำแก่มารดาร้อยละ 14.84 นอกจากนี้ยังมีการเตรียมอาหาร ช่วยทำงานบ้าน สำหรับคำแนะนำเกี่ยวกับโภชนาการหลังคลอดร้อยละ 98.15 แนะนำให้งดอาหารแสลงร้อยละ 85.19 และแนะนำให้อยู่ไฟ ร้อยละ 10.19
ผลการศึกษานี้ แสดงให้การอบรมฟื้นฟูความรู้เกี่ยวกับการป้องกันการแพร่เชื้อและการรับเชื้อเข้าสู่ร่างกายในระยะคลอด การปรับเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับความเชื่อด้านการงดอาหารแสลงหลังคลอดในผดุงครรภ์โบราณยังมีความจำเป็นอย่างมาก

รายละเอียดเพิ่มเติม