มาลี แก้วละเอียด. (2531). การศึกษาวรรณกรรมท้องถิ่นภาคใต้เรื่องปริศนาสอนน้อง.

มาลี แก้วละเอียด. (2531).
การศึกษาวรรณกรรมท้องถิ่นภาคใต้เรื่องปริศนาสอนน้อง.
วิทยานิพนธ์ปริญญานิพนธ์ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สงขลา. (157 หน้า)

การศึกษาเรื่องนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อ ศึกษาวรรณกรรมท้องถิ่นภาคใต้เรื่องปริศนาสอนน้อง โดยศึกษาศิลปะการประพันธ์ เนื้อหาคำสอน และเจตคติของชาวนครศรีธรรมราชที่มีต่อคำสอน
การศึกษาครั้งนี้กระทำเป็น 2 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนที่ 1 ศึกษาศิลปะการประพันธ์และเนื้อหาคำสอนโดยใช้วิธีการทางสถิติวิเคราะห์ ในขั้นนี้ได้นำผลการศึกษาเนื้อหาคำสอนจากการวิจัยในขั้นตอนที่ 1 มาสร้างเป็นแบบสอบถาม กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ได้แก่ชาวนครศรีธรรมราชจำนวน 400 คน วิเคราะห์โดยใช้ x ̅ , t-test, f-test และ Newman Kels-test
ผลการศึกษาปรากฏว่า ผู้แต่งใช้ศิลปะการประพันธ์ที่มีลักษณะเด่น 5 ประการ ได้แก่
1) การเลือกใช้รูปแบบคำประพันธ์ ซึ่งใช้กาพย์ตลอดทั้งเรื่อง จังหวะและลีลาจึงเหมาะกับเนื้อหาที่เป็นประเด็นคำสอน
2) การเสียงเสนาะ นิยมใช้สัมผัสสระแบบ “คำเคียง” และสัมผัส พยัญชนะแบบ “คำคู่”
3) การช้อนคำนิยมใช้คำซ้อนมากโดยเฉพาะคำซ้อนเพื่อความหมาย
4) การสร้างภาพพจน์ ใช้เทศนาโวหารเด่นที่สุด และ
5) กลวิธีในการสอน ใช้วิธีสอนอย่างตรงไปตรงมาที่สุด ทำให้เข้าใจคำสอนได้ง่าย ส่วนวิธีสอนอื่นๆ ที่ใช้ คือการสอนโดยอ้างจารีตประเพณี การสอนโดยแสดงผลตอบแทนการกระทำ และการสอนโดยการเปรียบเทียบสำหรับด้านเนื้อหาคำสอนสรุปได้อย่างกว้างๆ เป็น 2 หมวด คือ การปฏิบัติต่อตนเอง เพื่อให้เป็นผู้ที่มีกิริยามารยาทดีงาม และการปฏิบัติต่อผู้อื่นโดยเฉพาะบุคคลที่ใกล้ชิด ได้แก่ สามี บิดามารดา ญาติพี่น้องและข้าทาส(คนรับใช้) เพื่อให้เป็นที่รักใคร่และเป็นที่พึ่งของผู้อื่นได้ ส่วนการศึกษาเจตคติของชาวนครศรีธรรมราชต่อคำสอน พบว่ามีเจตคติที่ดี และเมื่อนำมาเปรียบเทียบระหว่างเพศหญิงและเพศชาย ระหว่างผู้ที่มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตเมืองกับชนบท พบว่าเจตคติไม่แตกต่างกัน และเมื่อเปรียบเทียบระหว่างผู้ที่มีอายุ 13-20 ปี 21-50 ปี และ 51 ปีขึ้นไป พบว่ามีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05 โดยผู้ที่มีอายุ 51 ปีขึ้นมีเจคติแตกต่างจากผู้ที่มีอายุ 13-20 ปีและ 21-50 ปี โดยผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไปมีเจตคติที่ดีกว่า

รายละเอียดเพิ่มเติม2252