นวลตา วันเพ็ญ. (2529). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการเลี้ยงดูบุตรของสตรีที่อาศัยอยู่ในชุมชนแออัด อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา.

นวลตา วันเพ็ญ. (2529).
ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการเลี้ยงดูบุตรของสตรีที่อาศัยอยู่ในชุมชนแออัด อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา.
วิทยานิพนธ์สังคมวิทยามหาบัณฑิต (สังคมวิทยาและมานุษยวิทยา) . จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

การวิจัยครั้งนี้เป็นการศึกษาถึงปัจจัยที่คาดว่าจะมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการเลี้ยงบุตรขอสตรีที่อาศัยอยู่ในชุมชนแออัด อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจะศึกษาถึง ความสัมพันธ์ระหว่างเศรษฐฐานะกับพฤติกรรมการเลี้ยงดูบุตร ศึกษาความสัมพันธ์ของศาสนาที่ทั้งสามีและสตรีนับถือกับพฤติกรรมการเลี้ยงดูบุตร ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างสถานที่คลอด ผ้ำคลอดกับพฤติกรรมการเลี้ยงดูบุตร ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างระยะเวลาในการให้นมบุตรกับการเริ่มให้อาหารเสสรมตามวัยแก่ทารก และศึกษาความสมพันธ์ระหว่างระยะเวลาในการให้นมบุตรกับระยะเวลาที่มีประจำเดือนครั้งแตกภายหลังคลอด และปัจจัยที่ทำให้สตรีไม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ โดยมีการเก็บข้อมูลโดยการสัมภาษณ์สตรีที่มีบุตรคนสุดท้องอายุ 0-2 ปี ซึ่งได้คัดเลือกจากชุมชนแออัด 9 ชุมชน ได้แก่ โชคสมาน รักการ รัตนอุทิศ ถัดอุทิศ หน้าสถานี หน้าสนามกีฬา หลังอู่ ท.ศ. ข้างสนามกีฬา และแฟลตการเคหะแห่งชาติ จำนวนทั้งสิ้น 548 คน
การวิเคราะห์ข้อมูลสรุปได้ดังนี้ คือ ปัจจัยด้านอายุระดับการศึกษาของสามีกับสตรี ศาสนาที่สตรีและสามีนับถือไม่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการเลี้ยงบุตรของสตรี อย่างไรก็ตามพบว่า การทำงานของสตรีมีอิทธิพลต่อการกำหนดพฤติกรรมของสตรีในการเลี้ยงดูบุตร นอกจากนี้ยังพบว่า สถานที่คลอดบุตรและจำนวนบุตรเกิดรอกมีอิทธิพลต่อการกำหนดพฤติกรรมการเลี้ยงดูบุตรของสตรีด้วย แต่ผู้ทำคลอดไม่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการเลี้ยงดูบุตร ระยะเวลาการมีประจำเดือนครั้งแรกภายหลังคลอดมีความสัมพันธ์กับระยะเวลาให้นมลูก และระยะเวลาให้นมลูกมีความสัมพันธ์กับระยะเวลาการให้อาหารเสริมครั้งแรกแก่ลูกด้วย ส่วนพฤติกรรมที่มีอิทธิพลทำให้สตีไม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ได้แก่ อายุของลูก ระยะเวลาในการให้นมลูก จำนวนบุตรเกิดรอด การทำงานของสามี จำนวนครั้งของการแต่งงานและรายได้ของครอบครัวต่อเดือน นอกจากนี้พบว่า ระยะเวลาโดยเฉลี่ยของการเลี้ยงดูด้วนยมแม่ของสตรีที่อาศัยอยู่ในชุมชนแออัดดังกล่าวนานประมาร 8.72 เดือน ส่วนระยะเวลาของกามีประจำเดือนครั้งแรกภายหลังคลอดโดยเฉลี่ยนของสตรีทั้งหมดประมาณ 3.24 เดือน
ผลการวิจัยข้างต้น ผู้วิจัยขอเสนอแนะเกี่ยวกับการวิจัยในอนาคต ดังนี้
1) ควรศึกษาปัจจัยด้านศาสนาเพิ่มเติมโดยเฉพาะในด้านการเปรียบเทียบความแตกต่างของแบบแผนการเลี้ยงดูบุตรของสตรีที่นับถือศาสนาแตกต่างกันระหว่างศาสนาพุทธกับศาสนาอิสลาม และควรศึกษาอิทธิพลของผู้นำศาสนาที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการเลี้ยงดูบุตรของสตรี
2) ปัจจัยด้านความเชื่อ ทัศนคติ และวัฒนธรรมที่อาจมีผลกระทบต่อพฤติกรรมการเลี้ยงดูบุตร
3) เปรียบเทียบแบบแผนการเลี้ยงดูบุตรของสตรีในชุมชนแออัดที่ต่างพื้นที่กัน
4) ศึกษาปัจจัยอื่นๆที่อาจมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของสตรีในการเลือกให้นามเลี้ยงดูบุตร เช่น สถานที่คลอด การเลียนแบบแผนการเลี้ยงดูบุตรจากเพื่อนบ้าน ความรู้ด้านโภชนาการของสตรี เป็นต้น