ศูนย์ความเป็นเลิศด้านผู้หญิงฯ ร่วมเป็นเครือข่าย Peace Survey ในเวทีนำเสนอ 7 ข้อเสนอจากประชาชนสู่นโยบายชายแดนใต้หลังเลือกตั้งปี 62

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562 ที่ผ่านมา เครือข่าย Peace Survey 19 องค์กร ซึ่งมีศูนย์ความเป็นเลิศด้านผู้หญิงและความมั่นคงทางสังคม มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ร่วมเป็นเครือข่าย ร่วมกับศูนย์ดิเรก ชัยนามและศูนย์ข่าวสารสันติภาพ ได้จัดเวทีนำเสนอ 7 ข้อเสนอจากประชาชนสู่นโยบายชายแดนใต้หลังเลือกตั้งปี 62 ณ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยมีตัวแทนจาก 9 พรรคการเมืองนำเสนอนโยบายพรรค ต่อปัญหาชายแดนใต้

กลุ่ม Peace Survey ได้สำรวจความต้องการของประชาชนในพื้นที่ชายแดนใต้เป็นจำนวน 4 ครั้ง โดยมีผู้ให้ความเห็นรวมทั้งสิ้นจำนวน 6,321 คน มาจากทั้งหมด 622 หมู่บ้าน มีข้อเสนอ 7 ข้อได้แก่

1. ยกระดับให้การพูดคุยสันติภาพเป็นแกนกลางในการแก้ไขความขัดแย้งทางการเมือง
2. เร่งปกป้องพลเรือนจากความรุนแรงและการละเมิดสิทธิ์
3. ทบทวนประสิทธิผลการแก้ปัญหายาเสพติดและเร่งตั้งกลไกพิสูจน์ข้อเท็จจริงเหตุรุนแรง
4. ตรวจสอบประสิทธิภาพการใช้งบประมาณด้านการพัฒนาในพื้นที่
5. ออกแบบระบบการศึกษาที่มีคุณภาพและสะท้อนวิถีอัตลักษณ์วัฒนธรรม
6. กระจายอำนาจมากขึ้นด้วยโครงสร้างการปกครองที่มีลักษณะเฉพาะของพื้นที่
7. เปิดพื้นที่ให้คนได้ถกเถียงเรื่องอ่อนไหวทางการเมืองโดยไม่ถูกคุกคามจากทุกฝ่าย

ภายหลังจากการพูดถึงข้อเสนอจากกลุ่มเครือข่าย Peace Survey กลุ่มพรรคการเมือง 9 พรรค ได้ขึ้นมานำเสนอนโยบายพรรคต่อการแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีใจความหลากดังต่อไปนี้

พรรคอนาคตใหม่: สร้าง Safety Zone ทหารที่ลงในพื้นที่ต้องมีความความรู้เรื่องสิทธิมนุษยชน จัดตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เรื่องอาชญากรรมและยาเสพติด กระจายอำนาจลงท้องถิ่น งบประมาณต้องตรวจสอบได้ ด้านการศึกษาเงินต้องลงไปสู่โรงเรียนโดยตรง

พรรคเสรีรวมไทย: ใช้กฎหมายที่เท่าเทียม ยกเลิกกฎอัยการศึก ถอนกำลังออกจากพื้นที่ทั้งหมด เปลี่ยนงบกองทัพเป็นงบการพัฒนา แก้ปัญหาคอรัปชั่น เน้นพูดคุยสันติภาพ

พรรคภูมิใจไทย: สร้างเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนใต้ แก้ไขปากท้องเป็นหลัก ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ผลักดันให้เกิด Hub ประชาชนต้องมีส่วนร่วมในการกำหนดงบประมาณและต้องตรวจสอบได้ และต้องสร้างความเข้มแข็งในชุมขน

พรรคเพื่อไทย: ยกระดับเรื่องของสามจังหวัดชายแดนให้เป็นวาระแห่งชาติ สร้างความรับรู้เกี่ยวกับชายแดนใต้ให้ทุกคนในประเทศเข้าใจ เคารพความแตกต่างทางศาสนาและอัตลักษณ์ ส่งเสริมความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านและโลกมุสลิม พลเรือนเข้ามามีส่วนร่วมในเรื่องงบประมาณ กระจายอำนาจเข้าสู่ท้องถิ่น – ผสมผสานกับวัฒนธรรมท้องถิ่น เปิดโต๊ะเจรจา และเปิดโอกาสให้พูดคุยกันได้ในประเด็นอ่อนไหว

พรรคพลังปวงชนไทย: เน้นเจรจาเรื่องสันติสุขกับฝ่ายแบ่งแยก และเน้นคนในพื้นที่ เน้นเรื่องยาเสพติดและการเยียวยา และเน้นให้คนในจังหวัดสามจังหวัดชายแดนดูแลความปลอดภัยด้วยตัวของเขาเอง

พรรคแผ่นดินธรรม: เน้นเรื่องคนพุทธ (ซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยในพื้นที่) คงงบประมาณเดิมไว้ (สามแสนล้านต่อปี) มีนโยบายคนพุทธคืนถิ่น สร้างนิคมอุตสาหกรรม โดยใช้เงินรัฐซื้อ สร้างให้คนพุทธมาอยู่รวมกัน ให้พุทธดูแลกัน

พรรคประชาธิปัตย์: การเมืองต้องนำทหาร แก้ปัญหาความยากจนในพื้นที่ ศอบต ต้องไม่อยุ่ภายใต กอรมน. เน้นการพูดคุยเจรจาสันติภาพ ส่งเสริมการเรียนฟรี (ด้านอาชีวะ) ส่งเสริมการเรียนตามอัตลักษณ์ แต่ต้องอยุ่ภายใต้ระบบที่ถูกต้อง เช่น โรงเรียนตาดีกา เน้นเรื่องการกระจายอำนาจ-เลือกผู้ว่าฯได้เอง

พรรคประชาธรรมไทย: ดึง OIC (องค์กรความร่วมมืออิสลาม) เน้นการสร้างความร่วมมือกับ Islam State และพัฒนาให้เป็นศูนย์เศรษฐกิจพิเศษ

พรรคประชาชาติ: ยกระดับเป็นวาระแห่งชาติ เน้นอัตลักษณ์ในพื้นที่ คืนอำนาจให้ประชาชนได้บริหารเอง เปิดโต๊ะเจรจาสันติภาพจากทุกภาคส่วน และคัดแยกประเด็นทับซ้อนให้ชัดเจนโดยไม่โยนไปที่ประเด็นความมมั่นคงอย่างเดียว

ขณะที่มูลนิธิผสานวัฒนธรรม กลุ่มด้วยใจ เครือข่ายสิทธิมนุษยชนปาตานี และ เครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบจากฎหมายพิเศษ ในนามองค์กรสิทธิมนุษยชน เผยแพร่ 4 ข้อเสนอ ต่อนโยบาย กฎหมาย กระบวนการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ต่อพรรคการเมือง ซึ่งประกอบด้วย

1. นำพาจังหวัดชายแดนใต้กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุดโดยมีเจตจำนงทางการเมืองที่แน่วแน่ นโยบายและมาตรการที่ชัดเจน
2. ปรับปรุงกระบวนการยุติธรรม
3. นำหลักการความยุติธรรมในระยะเปลี่ยนผ่าน (Transitional Justice – TJ) มาใช้
4. การตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนและการเยียวยา