ประมวลภาพงานประชุมวิชาการ International Conference on Rekindle the Logic of Women and Security in Southeast Asian Conflict 2018

ศูนย์ความเป็นเลิศด้านผู้หญิงและความมั่นคงทางสังคม มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้จัดงานประชุมวิชาการระดับนานาชาติ International Conference on Rekindle the Logic of Women and Security in Southeast Asian Conflict 2018 เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2561 ณ ห้องประชุม 1 อาคารสถาบันวิจัยและบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์   ประกอบไปด้วย 3 พาเนล

พาเนลที่หนึ่ง วิทยากรนำเสนอมุมมองและวิธีวิทยาใหม่ในการดำเนินงานด้านสันติภาพในอุษาคเนย์ โดยเสนอผ่านการศึกษาในพื้นที่อาเจะห์ อินโดนีเซีย จากประสบการณ์การของการเป็นอดีตนักต่อสู้เพื่อเรียกร้องอิสรภาพทางการปกครอง กลายมาเป็นผู้แทนหญิงคนเดียวของขบวนการเรียกร้องเอกราชในปีของการเจรจาสันติภาพที่ฟินแลนด์ กระทั่งปัจจุบันเป็นวิทยากรในระดับสากลขององค์กรนานาชาติที่ถ่ายทอดการทำงานตลอดจนร่วมวางแผนยุทธศาสตร์การต่อรอง ไกล่เกลี่ย และเจรจาสันติภาพระหว่างคู่ขัดแย้งในพื้นที่ต่างๆ ทั่วโลก ทั้งยังได้แสดงถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของผู้หญิง การทำความเข้าใจบริบททางสังคม จารีต อำนาจในการตีความหลักฐานและแนวคิดทางศาสนา ในขณะที่วิทยากรชาวฟิลิปปินส์ซึ่งเป็นศาสตราจารย์จากมินดาเนา ที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์สูงในการดำเนินงานด้านการยุติธรรมเปลี่ยนผ่าน (transitional justice) ได้สะท้อนให้เห็นถึงการขยายตัวของกลุ่มแนวคิดสุดโต่ง ซึ่งเป็นปัญหาต่อการผลักดันงานสันติภาพ อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานทางการเมืองที่ผู้หญิงมีส่วนร่วมกับคนกลุ่มต่างๆ ในพื้นที่ผ่านการเสนอกฎหมายเฉพาะ เช่น Bangsamoro Basic Law (BBL) ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้บทบาทของผู้หญิงขยายตัวกว้างขวางขึ้น นอกจากนี้ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนของไทยที่มีพื้นที่การทำงานพิเศษในภาคใต้ตอนล่างพบปัญหาของบรรทัดฐานทางสังคมที่เป็นปัจจัยทั้งหนุนเสริมและอุปสรรคในการทำงานเพื่อขจัดปัญหาความรุนแรง โดยเห็นว่า ความรุนแรงอันเนื่องมาจากเพศสภาพถือเป็นภารกิจหนึ่งที่สำคัญในท่ามกลางขั้นตอนก่อนและระหว่างเจรจาสันติภาพในชายแดนภาคใต้
พาเนลที่สอง วิทยากรให้ความสนใจศึกษาเส้นทางและบทบาทของนักกิจกรรมทางการเมือง โดยเฉพาะผู้หญิงที่ผันจากการเป็นผู้ถูกกระทำหรือเหยื่อของความรุนแรง มาเป็นผู้นำในการสร้างสันติภาพในชายแดนภาคใต้ของไทยในฐานะองค์ประธานแห่งความเปลี่ยนแปลง ขณะที่วิทยากรที่ศึกษากรณีการเผชิญกับความรุนแรงของผู้หญิงในค่ายผู้ลี้ภัยบริเวณชายแดนไทย-พม่า สะท้อนให้เห็นว่าคำสอนอิสลามและชุดประสบการณ์ทางศาสนาถูกทำให้เป็นพื้นที่ทางวัฒนธรรมเพื่อสร้างตัวตนของผู้หญิง ซึ่งหมายรวมถึงเสรีภาพในการใช้ชีวิตอันเป็นภูมิทัศน์ใหม่ทางจริยธรรม
พาเนลที่สาม วิทยากรวิเคราะห์สถานการณ์ของชนกลุ่มน้อยที่ไม่ใช่มุสลิมในจังหวัดชายแดนภาคใต้กับเงื่อนไขและของการเสริมศักยภาพผู้หญิงเพื่อเรียกร้องภาวะแห่งสันติ ความมั่นคงของผู้คนและทรัพย์สิน จากมุมมองและชุดประสบการณ์ชาวพุทธและชาวซิกข์ งานที่ศึกษาการนำเอาศิลปะมาใช้แก้ไขปัญหาความรุนแรง วิทยากรถอดบทเรียนจากศิลปินผู้หญิงที่เป็นคนในพื้นที่ความขัดแย้ง พยายามแสวงหาแนวทางการทำงานที่สามารถเข้าถึงกลุ่มชนในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ของไทยด้วยงานทัศนศิลป์ วิทยากรคนสุดท้ายอภิปรายอำนาจของเรื่องเล่าว่าด้วยความมั่นคงทางเพศ (gender security) ในพื้นที่ความขัดแย้ง มองผ่านมโนทัศน์ของความเป็นหญิงและความเป็นชายที่ถูกตีความจากโลกทัศน์แบบมลายูมุสลิมอันสัมพันธ์กับการดำเนินงานเรียกร้องสันติภาพที่เชื่อมต่อกับวาระของกลไกสากลแห่งสหประชาชาติ พบว่าในช่วงของสถานการณ์ความไม่สงบ ผู้หญิงกลุ่มต่างๆ พยายามอย่างยิ่งยวดในการดำเนินงานเจรจาสันติภาพที่ไม่เป็นทางการ ซึ่งก่อให้เกิดผลในการปรับเปลี่ยนเชิงนโยบายของรัฐ แต่โครงสร้างของปัญหาความรุนแรงและบรรทัดฐานทางสังคมยังเป็นอุปสรรคในการคลี่คลายประเด็นการทำงานในพื้นที่นี้

ทางศูนย์ความเป็นเลิศด้านผู้หญิงและความมั่นคงทางสังคมได้เก็บภาพและนำมาประมวลภาพเพื่อให้ได้ชมตามภาพด้านล่างนี้